ครั้งก่อนได้พูดถึงความแตกต่างของ Filter UV กับ C-PL กันไปบ้างแล้ว
ครั้งนี้จะขอเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของ Filter UV กันค่ะ
Filter UV ถือเป็นฟิลเตอร์ที่มีการใช้งานมากที่สุด และเป็น Filter ชิ้นแรกๆที่ควรจะมี
ซึ่งบางคนอาจจะเข้าใจว่ามีหน้าที่ไว้คอยปกป้องไม่ให้เลนส์เป็นรอย
แต่จริงๆแล้วนั่นเป็นเพียงผลพลอยได้ เพราะประโยชน์ที่แท้จริงของ Filter UV นั้น
คือ เป็นฟิลเตอร์ที่มีความสามารถใน การลดรังสีอุลตร้าไวโอเลต ที่เรามองเห็นเป็นสีฟ้าๆอ่ะค่ะ
(จะเห็นชัดในภาพที่ถ่ายจากฟิล์ม ดิจิตอลก็จะเห็นได้บ้าง)
โดยทำหน้าที่กรองแสง UV ทำให้ภาพถ่ายมีสีสันใกล้เคียงกับที่ตาเห็นมากที่สุด
เนื่องจาก Filter UV จะไปลดแสงสีฟ้า ที่เกิดจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตออกไป
ซึ่งหากจะเปรียบเลนส์เป็นดวงตา Filter UV ก็เหมือนกับแว่นตา
ตากล้องส่วนใหญ่จึงมักจะนิยมมีติดหน้าเลนส์อยู่เสมอ
Filter UV ที่มีขายในบ้านเรามีหลากแบบ หลายราคา ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาท
ไปจนถึงสามถึงสี่พันบาท ซึ่งคุณภาพชิ้นแก้ว และวัสดุที่ใช้ในการผลิต
ย่อมแตกต่างกันไปตามราคา โดยการวัดคุณภาพของ Filter UV นั้น
จะวัดกันที่ความสามารถในการให้แสงผ่านเป็นหลัก
Filter UV ที่ดี มีวิธีสังเกตง่ายๆ คือให้ดูจากแสงสะท้อน
หากสะท้อนมากคุณภาพจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ก็คงไม่ถึงกับแย่เกินไปนัก
ถ้าจะแยกประเภทให้แห็นชัดเจน Filter UV ในเมืองไทย
พอจะแยกประเภทได้คร่าวๆ ตามคุณภาพได้ดังนี้
Filter UV ราคาประหยัด (ส่วนใหญ่เป็นของแถม :P)


อย่างเช่น Hoya UV, Digitex, Marumi กล่องเหลือง, Kenko , Giottos type Aฯลฯ
มักจะใช้ทรายอุตสาหกรรมในการผลิตแก้ว หรือเทียบง่ายๆ กับกระจกใสที่ติดตามบ้านทั่วไป
ซึ่งถ้ามองตรงๆ จะพบว่ามีแสงเงาสะท้อนขาวๆ ยิ่งถ้า Filter UV ยี่ห้อไหนมีแสงสะท้อนกลับมาก
อาจทำให้ผู้ใช้งานพาลคิดว่า เลนส์ไม่ดี กล้องไม่ดี ต้องเสียเงินเปลี่ยนกล้อง
เปลี่ยนเลนส์กันเลยทีเดียว
Filter UV ระดับกลาง

เช่น Hoya UV HMC, Marumi กล่องแดง, Sigma DG UV , Giottos type S
ที่กระจกฟิลเตอร์มีการเคลือบผิวพิเศษ หรือที่เรียกกันว่าโค๊ท (Coated)
ซึ่งมีทั้งเคลือบมาก เคลือบน้อย ตามระดับราคาของฟิลเตอร์
ซึ่งโค๊ทจะช่วยเพิ่มความสามารถในการให้แสงผ่านของชิ้นแก้ว บางยี่ห้อก็สีฟ้า เขียว เหลือง
แล้วแต่การออกแบบของผู้ผลิต และความสามารถในการให้แสงผ่านก็ต่างกันตามผู้ผลิตด้วย
แต่ Filter UV ชนิดนี้ก็มีข้อเสียการดูแลรักษาค่อนข้างลำบาก
เนื่องจากการเคลือบชิ้นแก้วจะเหมือนมีฟิล์มแผ่นบางๆ ติดอยู่บนผิวของแก้ว
ซึ่งถ้าทำความสะอาดไม่ดี หรือมีอะไรไปกระทบ โอกาสที่โค๊ทจะหลุดสูง
ซึ่งถ้าหลุดไปแล้ว รูที่แหว่งนั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่ากันของแสง
ทำให้โอกาสเกิดแฟลร์เป็นจ้ำๆ สูงกว่า Filter UV ราคาถูกเสียอีก

Filter UV ในระดับนี้อย่างดีจะเป็นพวก Canon Protected, Nikon NC, Sigma UV EX,
Hoya UV Pro I, Marumi กล่องทอง, Kenko Pro 1 D โดย 2 ยี่ห้อแรกจะใช้วัสดุ
คุณภาพสูงกว่า 4 ยี่ห้อหลัง ฟิลเตอร์ของ Canon กับ Nikon
ความใสของเนื้อกระจกดีเท่ากับ B+W กับ Rodenstock ด้วยซ้ำ
เพียงแต่ว่าใช้งานมาซัก 5 ปี ความใสกระจกเริ่มเปลี่ยน เลยจัดมาอยู่ตรงนี้แทน
และทั้ง 2 ตัวก็ไม่จัดว่าเป็น Filter UV แต่ได้ผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกัน
ส่วนถ้าใครใช้ยี่ห้อ Hoya UV Pro I หรือคล้ายๆ แบบนี้แนะนำว่าเวลาเช็ดให้ระวังมากๆ
เพราะถ้าโค๊ทหลุดก็คงต้องเสียเงินเปลี่ยนฟิลเตอร์ใหม่กันเลย
Filter UV ระดับคุณภาพ
Filter UV ประเภทนี้ใช้วัสดุในการผลิตคุณภาพสูง แต่ไม่มีการเคลือบผิวเลนส์
หรือเคลือบน้อยชั้น เนื่องจากชิ้นแก้ว เป็นชิ้นแก้วที่ผลิตจากทรายสำหรับทำเลนส์โดยเฉพาะ
ซึ่งมีค่าความใสสูงกว่ากระจกแบบธรรมดาทั่วไป
ความสามารถในการให้แสงผ่านเท่ากันกับ Filter UV ประเภทที่สอง
แต่การดูแลรักษาง่ายกว่าเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องโค๊ทมากนัก (อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป)
กรอบฟิลเตอร์ UV ชนิดนี้ ทำจากเหล็กกล้าหรือทองเหลืองอย่างดี
จะราคาสูงกว่าฟิลเตอร์ UV ประเภทที่สองนิดหน่อย เช่น B+W (Schneider) UV
(ไม่มีโค๊ท แต่เนื้อแก้วใสมาก), กับ Rodenstock UV Coated (โค๊ทออกสีน้ำเงินฟ้า)
Filter UV ประเภทนี้ความทนทานสูง ใช้งานได้ประมาณ 10 ปีสบายๆ ไม่มีปีนเกลียว
แต่ระวังขันแน่นเกินไป ถ้าขันแน่นมากๆ จะเข้าไปเกาะจนขันแทบไม่ออก
ตอนใช้ฟิลเตอร์ UV พวกนี้แรกๆ นึกในใจว่าซื้อมาแพงยังจะปีนเกลียวอีก ที่ไหนได้
พอใจเย็นๆ ค่อยๆ ขันก็ออกมาได้โดยไม่เสียรูปและเกลียวยังสมบูรณ์
Filter UV คุณภาพดีระดับไฮโซ (เค้าว่ากันอย่างนั้น)

โดยการนำฟิลเตอร์ประเภทที่สาม มาเคลือบโค๊ทเพื่อเพิ่มความสามารถ
ในการให้แสงผ่านได้สูงที่สุด ราคาสูงที่สุด ความสามารถในการให้แสงผ่านเกือบ 100 %
ฟิลเตอร์ชนิดนี้ ถ้าใส่ไปที่หน้าเลนส์แล้ว มองตรงเข้าไปจะต้องมองไม่เห็นกระจกฟิลเตอร์เลย
หรือเห็นน้อยมาก ทำให้รีดความสามารถของเลนส์ได้สูงที่สุด
เท่าที่เคยเห็นในตลาดบ้านเรามี B+W UV MRC, Rodenstock UV MRC
(สีของโค๊ทขึ้นกับขนาดหน้ากว้างฟิลเตอร์ หน้า 77 มม.จะเป็นน้ำเงินม่วง แต่ถ้าเป็น 52 มม.
จะเป็นสีเหลืองอมเขียว) หากมองตรงๆ จะแทบมองไม่เห็นเนื้อกระจก
หลังจากทราบประเภทและเกรดของ Filter UV ไปแล้ว
ทีนี้เราก็สามารถเลือก Filter UV ที่เหมาะสมสำหรับเลนส์ของเราได้แล้วนะคะ
บางทีอาจไม่ต้องดูคุณค่าของที่ราคาเสมอไป เลือกแบบที่เราชอบถ่ายออกมาแล้วถูกใจ
ตากล้องฝีมือดี รู้จักกล้องและเลนส์ดี มีเทคนิคดี ก็ได้ภาพที่มีคุณภาพดีได้เหมือนกัน
ส่วนอุปกรณ์เสริมชิ้นอื่นก็เป็น Option ที่เพิ่มเข้ามา แล้วแต่จะพิจารณากันไป
มีความสุขกับการเลือกใช้ Filter UV ไปพร้อมๆกับการถ่ายรูปนะคะ
ที่มาประเภทของ Filter UV www.klongdigital.com
(ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
24 มิถุนายน 2553
เป็นคุณ... จะเลือก Filter UV แบบไหนดี
ป้ายกำกับ: วิธีการ, อุปกรณ์, เทคนิค
เขียนโดย La Bella ที่ 1:19 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
UV Filter กับ C-PL ต่างกันอย่างไร ใช้ตัวไหนดีนะ
สำหรับตากล้อง DSLR มือใหม่หลายท่าน คงลังเลระหว่าง UV filter กับ C-PL
ขออธิบายคร่าวๆดังนี้ค่ะ

UV Filter จุดประสงค์ คือ ใส่ป้องกันแสง UV ที่จะกระทบกับหน้าเลนส์ค่ะเท่านั้นค่ะ
และก็ช่วยป้องกันหน้าเลนส์ไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน จะใส่ไว้ตลอดเวลาเลยก็ได้
แทบจะไม่มีผลใดๆกับภาพถ่ายเลย

ส่วน C-PL Filter จุดประสงค์เพื่อเอาไว้ช่วยตัดแสงสะท้อนเวลาภ่ายท้องฟ้าที่แดดจัด
ตัดแสงสะท้อนที่ผิวน้ำหรือที่กระจก เช่น เอาไว้ถ่ายพวกท้องฟ้า ทะเล น้ำตก ถ่ายภาพ Out Door
ซึ่งจะทำให้ลดแสงไป 1-2 stop จะทำให้ได้ภาพมีสีเข้มขึ้น อิ่มตัวขึ้น
แต่ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพในร่ม ภาพที่ต้องถ่ายตอนกลางคืน ภาพในฮอลล์ที่แสงน้อย
หรือ ภาพบุคคคล โดยส่วนตัวคิดว่า จะทำให้ภาพมืดและสีเพี้ยนได้ค่ะ
และยังต้องเสียเวลามาชดเชยแสงอีก
สำหรับมือใหม่ที่งบยังน้อย คิดว่าใช้ UV Filter Protection ธรรมดาไปก่อนก็ได้ค่ะ
แล้วค่อยขยับไปใช้ C-PL Filter
ส่วนคุณภาพของ Filter แต่ละแบบก็ขึ้นอยู่กับ Brand และราคาเหมือนกัน
ลองเลือกดูที่ดีๆนิดหนึ่งค่ะ อย่างว่าของแพงคุณภาพก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
(ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
เขียนโดย La Bella ที่ 1:00 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
20 มิถุนายน 2553
แก้วกาแฟ ไอเดียใหม่ Canon Coffee Mugs
มาแล้วค่ะ คอลเล็คชั่นใหม่ สดๆร้อนๆ นั่นก็คือ ....
ถ้วยกาแฟในรูปแบบเลนส์ของกล้อง DSLR ไอเดียเจ๋งสุดๆ
วัสุดทำจากพีวิซีและสแตนเลสทนความร้อนอย่างดี เก็บได้ทั้งความร้อน-ความเย็น
วันนี้มีตัวอย่างมาให้ชมกันค่ะ เผื่อว่ามีใครสนใจแก้วเลนส์เก๋ๆแบบนี้
ตากล้องท่านไหนเป็นสาวกแคนนอนแล้วละก็ ไม่ควราพลาดนะคะ
1pcs X Canon Lens 70-200mm Thermos Travel Mug

This product includes
1pcs x Authentic Canon 70-200mm Lens 1:1 Scale Thermos Travel Mug
1:1 Scale Canon EF 70-200mm L Lens Thermos Limited Edition
THIS IS A LENS MUG, NOT AN ACTUAL LENS.
Material: Stainless Steel Thermos Interior & Exterior Food Safe
This is not cheap replica thermos of which exterior is made of PVC plastic on ebay.
What you get is exactly the same one as the one Canon giveaway in Canada.
They were created by Canon Canada solely as a giveaway to photographersat Winter Olympics in Vancouver.
Now is Your chance to Grab one for yourself and your friends or family who are
into photography. Surprise them and image their look...
Must have for Canon fans!
1pcs 24-105mm Lens Mug + 1pcs 70-200mm Lens Thermos

This product include
1pcs x Canon 24-105mm Lens 1:1 Scale Mug Coffee Cup
PLUS
1pcs x Canon 70-200mm Lens 1:1 Scale Thermos Travel Mug
THESE ARE LENS MUG, NOT ACTUAL LENSES.
1:1 Scale EF 24-105mm Coffee Cup Special Edition
Material: PVC Plastic
1:1 Scale Canon EF 70-200mm L Lens Thermos Limited Edition
Material: Stainless Steel Thermos Interior & Exterior Food Safe
This is not cheap replica thermos of which exterior is made of PVC plastic on ebay.
What you get is exactly the same one as the one Canon giveaway in Canada.
Perfect Combo Package!
The thermos was created by Canon Canada solely as a giveaway tophotographers at Winter Olympics in Vancouver.
Now is Your chance to Grab one for yourself and your friends or family
who are into photography. Surprise them and image their look...
Must have for Canon fans!
1pcs X Canon 24-105mm Lens 1:1 Scale Mug Coffee Cup

This product includes
1pcs x Canon 24-105mm Lens 1:1 Scale Mug Coffee Cup
1:1 Scale EF 24-105mm Coffee Cup Special Edition
Material: PVC Plastic
THIS IS A LENS MUG, NOT AN ACTUAL LENS.
Grab one for yourself and your friends or family who are into photography.
Surprise them and image their look...
Must have for Canon fans!
2pcs X Canon Lens 70-200mm Thermos Travel Mug

This product includes
1:1 Scale Canon EF 70-200mm L Lens Thermos Limited Edition
THIS IS A LENS MUG, NOT AN ACTUAL LENS.
Material: Stainless Steel Thermos Interior & Exterior Food Safe
This is not cheap replica thermos of which exterior is made of PVC plastic on ebay.
What you get is exactly the same one as the one Canon giveaway in Canada.
They were created by Canon Canada solely as a giveaway to photographersat Winter Olympics in Vancouver.
Now is Your chance to Grab one for yourself and your friends or family
who are into photography.
Surprise them and image their look...
Must have for Canon fans!
1pcs 24-105mm Lens Mug + 1pcs 70-200mm Lens Thermos

This product include
1pcs x Canon 24-105mm Lens 1:1 Scale Mug Coffee Cup
PLUS
1pcs x Canon 70-200mm Lens 1:1 Scale Thermos Travel Mug
THESE ARE LENS MUG, NOT ACTUAL LENSES.
1:1 Scale EF 24-105mm Coffee Cup Special Edition
Material: PVC Plastic
1:1 Scale Canon EF 70-200mm L Lens Thermos Limited Edition
Material: Stainless Steel Thermos Interior & Exterior Food Safe
This is not cheap replica thermos of which exterior is made of PVC plastic on ebay.
What you get is exactly the same one as the one Canon giveaway in Canada.
Perfect Combo Package!
The thermos was created by Canon Canada solely as a giveaway to
photographers at Winter Olympics in Vancouver.
Now is Your chance to Grab one for yourself and your friends or family
who are into photography. Surprise them and image their look...
Must have for Canon fans!
เขียนโดย La Bella ที่ 8:15 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
17 มิถุนายน 2553
ใครเจ๋งกว่า Fix 50 mm F/1.8 กับ Tamron 17-50 F/2.8
เลนส์ ถือเป็นอุปกรณ์เสริมหล่อชิ้นหนึ่ง สำหรับกล้อง DSLR ของคุณ
แล้วถ้าให้เลือกระหว่างเลนส์ Fix 50 mm กับ เลนส์ Tamron 17-50
ท่านตากล้อง DSLR ส่วนใหญ่เลือกให้คะแนนเลนส์ตัวไหนมากกว่า
จะเป็นในเรื่องของคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ ความสะดวกในการนำมาใช้งาน
หรือความพอใจส่วนบุคคล อันนี้ก็ไม่ว่ากัน

หลายท่านใช้เลนส์ Tamron 17-50 mm หลายท่านใช้เลนส์ Fix 50 mm
หรือบางท่านอาจจะมีทั้ง Fix 50 mm กับ Tamron 17-50 คู่กายเสียด้วยซ้ำ
ทีนี่อยากจะรู้เมือนกันว่า ถ้าเทียบระหว่าง เลนส์ Canon Fix 50 mm F/1.8
กับ เลนส์ Tamron 17-50 F/2.8 เป็นคุณจะเลือกใคร
ส่วนตัวเคยได้ลองใช้เลนส์ทั้งสองตัวนี้ถ่ายภาพมาบ้างแล้ว (ยืมเค้ามา 555+)
และเปรียบเทียบในระยะเท่ากัน ที่ 50 mm
เลนส์ Fix 50 mm F/1.8
ภาพที่ได้จะใสและฉากหลังโบเก้ที่ดูเนียนนุ่มสายตากว่า
ยิ่งเวลาภ่าพ Portrait โดยส่วนตัวผู้เขียนเองชอบมาก หน้าชัด หลังเบลอได้ใจ
สาวๆส่วนใหญ่ก็คงชอบเหมือนกัน อิอิ แต่อาจจะต้องคุมระยะให้ภาพออกมาคมชัด
แต่ก็ได้สปีดสูงขึ้นจากการเลือก Fกว้างๆด้วย ช่วยได้มากทีเดียว เวลาเจอที่แสงน้อย
ภาพตัวอย่าง จาก เลนส์ Fix 50 mm F/1.8
เลนส์ Tamron 17-50 F/2.8
คุณภาพของภาพที่ได้รู้สึกจะเป็นรอง แต่จะจะดีตรงที่สะดวกมากกว่า
เพราะในฐานะที่เป็นเลนส์ Zoom ส่วนเรื่องสี คอนทราส ความคม ไม่น่าจะต่างกันมากนัก
ในระยะ 50 mm ที่ F/2.8 ก็ Drop ลงมา 2 stop แล้วมั๊ง ทำให้หลุดโฟกัสได้เหมือนกัน
ยิ่งถ้าแสงน้อยด้วย
ภาพตัวอย่าง จาก เลนส์ Tamron 17-50 F/2.8
เลนส์ Prime มีข้อดีคือเล็ก นำหนักเบา และได้ภาพที่สว่างสว่าง
เพราะ F ที่กว้างกว่า ISO ต่ำกว่า และ Speed ที่สูงกว่า มีติดกระเป๋าไว้
ช่วยได้ในสถานกาณณ์ขับขันแน่นอน
ส่วนเลนส์ Zoom มีข้อดีคือ ใช้งานได้สะดวกและหลากหลายมากกว่า
แถม F/2.8 ตลอดช่วงด้วย
สรุปได้ว่า ถ้าอยากได้ภาพที่มีคุณภาพ ก็ควรเลือกใช้เลนส์ Prime
แต่ถ้าอยากได้ความสะดวก หลายหลายก็เลือกใช้เลนส์ Zoom
ขออนุญาตินำข้อความของตากล้องท่านหนึ่งมาใช้ ที่ว่า…
” คุณภาพของภาพจาก เลนส์ Prime ดีกว่า เลนส์ Zoom ฉันใด
ความสะดวกของ เลนส์ Zoom ย่อมสะดวกกว่า เลนส์ Prime ฉันนั้น “
ส่วนตัวผู้เขียนเอง ประทับใจและเลือก Fix 50 mm แน่นอน เหตุผลเพราะ...
ชอบโบเก้ที่ได้อารมณ์ แสงสวย น้ำหนักเบา พกง่าย และราคาไม่แพงด้วย :)
ส่วน Tamron 17-50 ใหญ่และหนักเกินไปสำหรับหนอนน้อยอย่าง Canon 350D ของนู๋ :P
(ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
ป้ายกำกับ: กล้อง DSLR, อุปกรณ์, อุปกรณ์ใหม่, เลนส์
เขียนโดย La Bella ที่ 3:21 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
11 มิถุนายน 2553
สร้างจุดสนใจในภาพ ด้วย..กฏ 3 ส่วน
กฎสามส่วนกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าภาพจะอยู่แนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม





เขียนโดย La Bella ที่ 1:24 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
มาทำฉากหลัง โบเก้ ให้รูปเก๋ๆ ของเรากันค่ะ
ธรรมดาเวลาเราต้องการให้ฉากหลังเบลอ ซึ่งที่เรียกว่า การถ่าพภาพ Protriat นั่นแหละค่ะ
เราก็จะให้ตัวแบบอยู่ห่างจากฉากหลังพอสมควร เปิดค่า F ให้กว้างที่สุด อันนี้เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว
แต่ฉากหลังเบลอๆที่เราเห็นกันแบบนี้มันก็ธรรมดาไป
แล้วแบบไหนที่ไม่ธรรมดา ไปดูกัน วันนี้เลยลอง search หาข้อมูลใน google ดูค่ะ
มีหลายเว็บแนะนำวิธีการทำ แต่เห็นในเว็บหนึ่ง มีเนื้อหาวิธีการทำแล้วก็รูปภาพประกอบด้วย
น่าสนใจสุดๆ เลยอยากนำมาเสนอ
หลายท่านอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่อย่างผู้เขียนเนี่ย เป็นอะไรที่แปลกใหม่มากค่ะ
อย่างนี้ต้องลองไปทำดู...
โบเก้ (Bokeh) มีรากศัพท์ จากภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “เบลอ”
โดยทั่วไปเลนส์แต่ละตัวจะทำให้เกิดคุณลักษณะการเบลอของ ส่วนที่ ไม่อยู่ใน Focus แตกต่างกัน
เมื่อถ้าเราถ่ายภาพของ “จุด” ที่มีขนาดเล็กมาก เมื่อจุดนั้นอยู่ในโฟกัส เราก็จะได้ภาพของ “จุด”
ขึ้นมาบนฉากรับ เนื่องจาก แสงที่กระจายตัวผ่านเลนส์ โดนหักเห ให้กลับมารวมกัน
หากจุดนั้นไม่ได้อยู่ที่ ตำแหน่งโฟกัส แสงที่เลนส์ได้รับ จะโดนหักเห แล้วไปตัดกันที่ด้านหน้า
หรือ ด้านหลังของฉากรับ ทำให้เกิดภาพของจุดที่เบลอขึ้นมาบนฉากรับ
ทีนี้ลองมองเป็น สามมิติ เราจะพบว่า การรวมแสงของเลนส์นั้นเป็นรูปทรงกรวย
เนื่องจาก เลนส์ มีหน้าตัดเป็นรูป วงกลม เมื่อภาพไม่อยู่ในโฟกัส แสงจึงตัดกัน โดยสร้างภาพ
“วงกลม” ขึ้นมา
ซึ่งตามปกติ หากส่วนที่เบลอไม่ได้มีความเปรียบต่าง(Contrast) กับบริเวณโดยรอบ
มากนักเราจะมองไม่เห็นวงกลม เนื่องจากจุดจะเบลอรวมกับบริเวณโดยรอบ
จุดที่จะสร้างวงกลม (หรือโบเก้) ขึ้นมาได้ชัดเจน จึงมักจะเป็นจุด ของหลอดไฟหรือแสงสะท้อน
ที่มีความเปรียบต่างกับบริเวณโดยรอบสูง
และด้วยลักษณะดังกล่าว เมื่อภาพเบลอมากขึ้น (อยู่ห่างจากจุดโฟกัสมาก) วงกลมจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น
วัตถุอีกชิ้น ที่จะมาสร้างให้ “ส่วนที่เบลอ”นี้เกิดรูปร่างขึ้น คือ ใบของรูรับแสง? (Aperture Blades )
ที่มักจะประกอบกันเป็นรูป 5 เหลี่ยม 6 เหลี่ยม 7เหลี่ยม หรือ หน้าเหลี่ยม (อะล้อเล่น) ก็ขึ้นกับเลนส์ นั้นๆ
ทำให้เราได้ภาพของส่วนที่ เบลอ เป็นรูปทรง ตาม จำนวนใบของรูรับแสง
ยิ่งมีเหลี่ยมมาก โบเก้ก็ยิ่งกลายเป็น “วงกลม” ได้ง่ายขึ้น
ความรู้ตรงนี้เองที่ ถูกนำมาใช้ เพื่อให้เราสามารถสร้างรูรับแสงของเราเองได้
โดยการใช้กระดาษสีดำเจาะรู เป็นรูปทรงตามที่เราต้องการ ฉากหลัง ที่เคยเป็นโบเก้กลมๆ หรือ เหลี่ยม
ตามรูปทรงของรูรับแสง ก็เปลี่ยนมาเป็นรูปทรงของระดาษที่เราตัด เหมือนเราย้ายรูรับแสงออกมาอยู่นอกเลนส์
วิธีการตัดกระดาษ คือ ให้ ตัดรูปทรงใดๆ ให้แคบกว่าขนาดรูรับแสงกว้างสุด แล้ววางไว้ตรงกึ่งกลางเลนส์
จากนั้นถ่ายภาพให้เกิดโบเก้ ซึ่งขนาดของรูรับแสงนี้ คำนวณได้จาก Focal Length / f กว้างสุด
เช่น ใช้เลนส์ 85 mm 1.8 ก็จะได้ 85 / 1.8 = 47.222 mm
ภาพที่เราจะตัดก็ให้ตัดเล็กกว่าวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 47 mm และเนื่องจากปกติเราไม่สามารถ
วางกระดาษได้ตรงกลางเลนส์พอดี จึงควรเผื่อขนาดให้เส้นผ่านศูนย์กลาง เล็กลงมาอีก
ประมาณ1-2 cm. ตามความเหมาะสม
ภาพตัวอย่างกระดาษ ที่ตัดไว้แล้ว
1.ให้เปิดหน้ากล้อง ให้กว้างสุด วัดแสงโดยยังไม่มีกระดาษบัง จากนั้น
ให้ เปิด Speed หรือ ISO + 1 Stop โดยประมาณ
2.ใช้จุดโฟกัส จุดกลาง เนื่องจากกระดาษอาจบังจนทำให้ระบบโฟกัสจุดอื่นๆไม่สามารถโฟกัสได้
3. นำกระดาษมาบังหน้าเลนส์ แล้ว ถ่ายภาพให้เกิดโบเก้ เป็นอันเสร็จพิธี
ใครลองแล้วได้ผลอย่างไร ช่วยบอกต่อด้วยละกันค่ะ
Credit : ขอบคุณเนื้อหาและภาพประกอบจาก http://www.halfbottle.net/wp/photography/hello-bokeh
Tips เพิ่มเติมค่ะ
1 .ใช้กระดาษสีดำ แข็งๆหน่อยค่ะ โดยเอาหน้าเลนส์ทาบกับกระดาษแล้วใช้ดินสอขีดเป็นวงกลมรอบๆเลนส์
2. ตัดกระดาษที่เราขีดเป็นวงกลม โดยตัดให้กินเส้นที่ขีดไว้ค่ะ ง่ายๆคือให้ฟิตพอดีกับหน้าเลนส์
3. วาดรูปที่ต้องการลงกลางกระดาษที่ตัดไว้ เช่นรูปดาว รุปหัวใจ รูปไดอกไม้ ขนาด 1 ซม.ก็พอค่ะ
จากนั้นก็ใช้มีดคัตเตอร์ เน้นว่าใช้ใบมีดคมๆ เวลาตัดภาพจะได้ไม่เสีย แล้วเจาะตามรูปที่เราวาดได้เลย
4. เมื่อตัดเสร็จก็เอามาแปะติดกับหน้าเลนส์แล้วก็ถ่ายได้ปกติเลย เวลาถ่ายควรหาฉากหลังที่เป็นดวงไฟ
หรือต้นไม้ที่มีแสงลอดผ่านเยอะๆ หน่อยค่ะ จะทำให้โบเก้ออกมาเยอะ....เลยที่เดียว :)
เขียนโดย La Bella ที่ 0:29 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
9 มิถุนายน 2553
สาวกหนอน รายงานตัวจ้า
หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ Flower of Heaven จาก Blog Welaguba Club by JANT Gang นั่นเอง
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบและรักการถ่ายรูปมาก (แต่ไม่ค่อยแสดงออก อิอิ)
เมื่อก่อนใช้กล้องดิจิตอลค่ะ ไปไหนก็ติดตัวไปด้วย พกง่าย ใช้ง่าย เอาไว้เก็บภาพสวยๆงามๆ
เจออะไรน่าสนใจ ก็ กด แชะ ได้ละภาพของฉัน สวยที่สุดเพราะถ่ายเอง ฮ่า ๆ ๆ
เพิ่งเริ่มที่จะสนใจกล้อง DSLR มาเกือบ 2 ปีนี่เอง ก็ถือว่ายังเป็นนักเล่นกล้องมือใหม่อยู่
แต่จริงงจังมาก กล้อง DSLR ตัวแรกในชีวิตเป็นกล้องมือสองจากเว็บไซต์เพื่อนบ้านนี่ล่ะค่ะ
เสน่ห์ของกล้อง DSLR น่าจะอยู่ที่ ขีดความสามารถในการปรับค่าต่างๆของตัวกล้องเอง
แล้วก็ฝีมือของตากล้องแต่ละคนที่จะให้ภาพออกมาแนวไหน แบบไหน
อีกอย่างคงจะเป็นการเปลี่ยนเลนส์ได้หลากหลาย แต่สำหรับคนงบน้อยอย่างเราคงไม่ต้องก็ได้ แฮะๆ
และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ เสียงชัตเตอร์ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลยว่าจะฉันเล่นกล้อง DSLR
ทุกวันนี้เห็นหลายท่านหันมาสนใจกล้อง DSLR กันมากขึ้น เราก็อยากจะเป็นตากล้องหญิงกับเขาบ้าง
ช่วยแนะนำบ้าง อะไรบ้าง นะคะ
แต่ก็เห็นมีหลายเว็บไซต์ ที่เขาแนะนำเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการใช้กล้อง DSLR
เลยจะขอใช้พื้นที่เล็กๆตรงนี้ ขออนุญาติรวมรวมเอาเทคนิค วิธีการ เนื้อหาดีๆ
เกี่ยวกับการใช้กล้อง DSLR ที่น่าสนใจไว้ศึกษาเป็นความรู้ของ Ladies sis' เอง
และเป็นสื่อกลางให้เพื่อนๆ พี่ๆ สาวกกล้อง DSLR หรือใครที่กำลังสนใจอยากจะเล่นกล้อง DSLR ดูบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นเซียนตากล้องมือโปร ตากล้องมือสมัครเล่นอย่างผู้เขียน และ
บางทีได้อ่านแล้วอาจจะเกิดไอเดียใหม่ๆ นำมาสร้างสรรค์ภาพถ่ายสวยๆ กันได้
ต้องบอกก่อน เนื้อหาเกือบทั้งหมดก็จะเป็นของกล้อง DSLR Canon นะคะ เป็นสาวกหนอนอยู่อ่ะค่ะ
ในเว็บบล็อกแห่งนี้ เนื้อหากับรูปส่วนมากก็จะได้มากจากที่อื่นเช่นกันค่ะ และมีที่อาจจะเขียนเองบ้าง
เนื้อหาที่นำมา ต้องขออนุญาติเจ้าของเนื้อหาด้วยนะคะ เดี๋ยวจะแปะเครดิตให้ค่ะ
ส่วนใครมีเทคนิคดีดีน่าสนใจ ไม่ว่าจะลองทำแล้ว หรือ อยากให้ลองทำ ก็แนะนำด้วยนะคะ
ถือเป็นการต่อยอดความรู้ให้คนที่ชอบกล้อง DSLR เหมือนกัน
ขอให้ตากล้องทุกท่าน ..เจริญ ๆ.. นะคะ อิอิ ^^
ป้ายกำกับ: เกี่ยวกับฉัน
เขียนโดย La Bella ที่ 20:37 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้




